<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/38267" type="text/javascript"></script> |
|
รอยตีนไดโนเสาร์บอกเล่าสิ่งใดบ้างในบรรพกาล?
ไดโนเสาร์ (Dinosaur) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของดึกดำบรรพ์ในอันดับใหญ่ Dinosauria ซึ่งเคยครองระบบนิเวศน์บนพื้นพิภพ ในมหายุคมีโซโซอิก เป็นเวลานานถึง 165 ล้านปี ...
post ครั้งแรก: Sat 15 November 2008, 6:49 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 16 November 2008, 11:13 pm
|
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของงานสื่อสารสังคม (สกว.) กับวิชาการดอทคอม
ที่มา : ประชาคมวิจัย ฉบับที่ 74 หน้าที่ 1-2
อาจารย์ พรทิพย์ โพธิ์เงิน
โรงเรียนชุมพลวิทยาสรรค์ จ.สุรินทร์
Thip622@hotmail.com
URL: http://www.trf.or.th
รอยตีนไดโนเสาร์บอกเล่าสิ่งใดบ้างในบรรพกาล?
การเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้การสอนไม่บรรลุจุดประสงค์ เนื่องจากครูไม่ถนัดหรือไม่มีความรู้เพียงพอ หรือไม่มีครูที่จบการศึกษาในรายวิชานั้นๆโดยตรง ทำให้ไม่กล้าที่จะสอนหรือแนะนำนักเรียนเท่าที่ควรจะเป็น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเกือบทุกโรงเรียน โดยเฉพาะในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กายภาพในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีเนื้อหาวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องโลก ดิน หินแร่ และการเกิดซากดึกดำบรรพ์ ฯลฯ ครูผู้สอนเกิดความวิตกกังวลใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนว่าสอนอย่างไรนักเรียนจึงจะเข้าใจ สื่อการสอนหายากมากสำหรับโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล และทำอย่างไรครูจะได้มีโอกาสได้ความรู้เพิ่มเติมหรือครูมีความมั่นใจในการสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างถูกต้องชัดเจนและมีความสุขในการเรียน

ความกังวลเหล่านั้นได้ลดน้อยลงเมื่อทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เปิดโอกาสให้ครูได้สมัครเข้ารับการเรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์ในโครงการครุวิจัย ทั้งสาม ศูนย์ ข้าพเจ้าสมัครเข้าโครงการครุวิจัย ที่พิพิธภัณฑ์ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทาง สกว.ให้โอกาสในการเรียนรู้ในสิ่งที่ครูต้องการเรียนรู้ จากครูผู้ที่เรียกได้ว่ามีความรู้พื้นฐานทางธรณีวิทยาน้อยมาก มาก
ข้าพเจ้าได้ส่งหัวข้อเรื่องการศึกษารอยตีนไดโนเสาร์ ในการเสนอหัวข้อการวิจัย มีผู้ร่วมโครงการสอบถามข้าพเจ้าว่าทำไมไม่ใช้คำว่า “รอยเท้า” ดูจะเหมาะกว่า เพราะคำว่า “รอยตีน” ฟังแล้วไม่สุภาพ ไม่มีใครนิยมใช้กัน ข้าพเจ้าได้อธิบายให้ผู้ร่วมโครงการทราบว่า เมื่อเราศึกษาร่องรอยของสัตว์หรือรอยเท้าของสัตว์ ก็น่าจะใช้ให้ถูกต้องตามหลักพจนานุกรม เมื่อเป็นสัตว์เดรัจฉาน คำว่า “รอยตีน” น่าจะเหมาะสมกว่า การที่เลือกศึกษาเรื่องรอยตีนของไดโนเสาร์นั้น เนื่องจากข้าพเจ้าชอบท่องเที่ยวในป่าเขา เมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยว มีอยู่ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้ขึ้นเขาเพื่อไปไหว้พระแถบจังหวัดชัยภูมิ บนเขาจะมีรอยคล้ายรอยตีนไก่มากมายอยู่บนแผ่นหิน บางรอยมีลักษณะร่องลึก บางรอยจางๆ ข้าพเจ้าได้สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าเป็นรอยของอะไร และพบเห็นเมื่อไร ข้าพเจ้าเก็บความสงสัยมานานเมื่อได้โอกาสศึกษาจึงศึกษาเกี่ยวกับรอยตีนของไดโนเสาร์
ก่อนที่ลงลึกในเรื่องที่ศึกษา ทางคณะวิทยากรและพี่เลี้ยง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ นำโดยท่าน ดร. วราวุธ สุธีธร ผู้อำนวยการส่วนวิจัยซากดึกดำบรรพ์และพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา ได้ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับธรณีวิทยา ให้คำแนะนำชี้แนะ จัดหาเอกสารหนังสือสำหรับการค้นคว้า การเรียนรู้จากตำราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่ข้าพเจ้าก็ยังเข้าไม่ถึงความหมายของสิ่งที่ศึกษา จนกระทั่งได้สัมผัสกับสถานการณ์จริง ได้ลงมือขุดค้นและสืบค้นจริง ในขณะที่ขุดค้นสถานที่จริงนั้น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ต้องนำมาใช้ทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การสังเกตลักษณะของพื้นดิน หิน ฯลฯ ขุดไปค้นไป ต้องลุ้นว่าจะพบซากฟอสซิลหรือไม่ ตรงที่พบจะมีความแตกต่างจากพื้นดินทั่ว ๆ ไปอย่างไร ควบคู่ไปกับการศึกษาในตำรา ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อผู้ศึกษามีความรู้ทางทฤษฎีมากพอที่จะเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยแล้ว คณะวิทยากรและพี่เลี้ยงได้นำข้าพเจ้าไปศึกษาในสถานที่จริง เพื่อนำไปต่อยอดการเรียนการสอนในโรงเรียนและนำไปปรับใช้กับพื้นที่ที่สอน จากการที่ได้มีโอกาสพัฒนาความรู้ทำให้ข้าพเจ้ามีความมั่นใจในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น เกิดความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้นักเรียนต่อไป
การศึกษาสภาพแวดล้อมบริเวณที่ไดโนเสาร์อาศัยอยู่ทำให้ทราบถึงกระบวนการเกิดรอยตีนของไดโนเสาร์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ่งแวดล้อมใดบ้างที่ทำให้รอยตีนนั้นคงสภาพอยู่ได้ รอยตีนของสิ่งมีชีวิตสามารถบอกถึงกิจกรรมและพฤติกรรมของเจ้าของรอยนั้นว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ได้ทำกิจกรรมใดบ้าง เช่น กำลังวิ่ง เดิน หรือหาอาหาร(Anthony,2001) ฟอสซิลรอยตีนของไดโนเสาร์ประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนของแม่พิมพ์ (mould) และส่วนของรูปหล่อ (cast) จากลักษณะของสัณฐานของรอยตีนและแนวทางเดิน สามารถบ่งบอกเจ้าของรอยตีนได้ว่า ลักษณะการเดินด้วยสองขาหลังหรือเดินด้วยสี่ขา กินพืชหรือกินเนื้อเป็นอาหาร นอกจากนี้ขนาดของรอยตีน ระยะก้าวและระยะห่างระหว่างก้าวสามารถบอกความสูงและอัตราเร็วในการเดินและวิ่งของเจ้าของรอยตีนได้(Thulborn.,1990:Kuban 1994)
ฟอสซิลรอยตีนไดโนเสาร์คือร่องรอยที่ถูกเก็บไว้ในชั้นหิน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการศึกษากระบวนการเกิดรอยตีนในยุคหินต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในหมวดหินยุคนั้นๆ โดยการวิเคราะห์โครงสร้างทางด้านสัณฐานและหลักฐานร่องรอยที่เหลืออยู่ ตลอดจนซากดึกดำบรรพ์อื่นๆ ที่พบ ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจลักษณะการเกิดรอยตีน และสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดรอยตีนนั้นๆ
หลักฐานที่ใช้ในการศึกษาฟอสซิลรอยตีนไดโนเสาร์ในกลุ่มหมวดหินพระวิหาร หมวดหินภูพาน หมวดหินโคกกรวด สามารถบ่งบอกสภาพภูมิอากาศในยุคนั้นๆ ได้ว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร
จากการศึกษารอยตีนไดโนเสาร์บริเวณลานหินร่องน้ำห้วยวังเครือจาน กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่หากินตามพื้นทรายที่ชุ่มน้ำ ตามขอบชายบึงหรือแม่น้ำเมื่อประมาณ 140 ล้านปีมาแล้วเป็นรอยตีนประเภทเทอร์โรพอต จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ ชนิดกินเนื้อเกิดในยุคครีเตเซียส รอยตีนที่ปรากฏให้เห็นเป็นรอยทางเดิน 3 แนว คือมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ (120 องศา)จำนวน 7 รอย 4 รอยตีนชัดเจนมาก อีก 3 รอยตีนพอเห็นเป็นร่องรอย รอยตีนทั้งหมดเป็นรอยตีนที่มีนิ้ว 3 นิ้ว ขนาดโดยเฉลี่ยมีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร กว้าง 40 เซนติเมตร ระยะก้าว 120 เซนติเมตร และ 110 เซนติเมตรเป็นไดโนเสาร์ที่เดินด้วยสองขาหลัง มีความยาวถึงสะโพกมากกว่า 2 เมตร ก้าวเดินอย่างช้าๆ (Buffetaut et al., 1997 New dinosaur discoveries in the Jurasic and Cretaceous of northeastern Thailand The international Conference on Stratigraphy and Tectonic Evolution on Southeast Asia and South Pacific Bangkok. Thailand.)
นอกจากพบรอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่แล้ว ยังพบรอยตีนไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ พวกซอโรพอตอยู่บริเวณนั้นจำนวน 2 รอย แต่รอยไม่ชัดเจนนัก ลักษณะรอยตีนที่พบฝังอยู่ในผิวหน้าของชั้นหินทรายที่แกร่งของหมวดหินพระวิหาร ซึ่งตามลำดับชั้นหินจะวางตัวอยู่ใต้ชั้นหินหมวดหินเสาขัว ซึ่งเป็นชั้นหินที่พบกระดูกไดโนเสาร์มากที่สุดในประเทศไทย การพบรอยตีนไดโนเสาร์ทำให้ทราบว่าชั้นหินทรายและหินทรายแป้งในบริเวณนี้ในอดีตมีสภาพเป็นหาดทรายริมน้ำ เป็นที่ที่ไดโนเสาร์เดินผ่านหรือหากินในบริเวณหาดทรายชุ่มน้ำ รอยตีนที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกคลื่นซัดให้ลบเลือนโดยอาจโผล่พ้นน้ำและถูกแดดเผาจนคงรูปร่างอยู่ หลังจากนั้นกระแสน้ำได้พัดเอาตะกอนมาปิดทับเป็นชั้นตะกอนใหม่ รอยตีนนั้นจึงยังคงอยู่ในชั้นตะกอนเดิม ต่อมาตะกอนเดิมแข็งตัวกลายเป็นหินรอยตีนนั้นจึงปรากฏอยู่ในชั้นหินนั้น ปัจจุบันธรรมชาติได้ทำลายชั้นหินส่วนที่ปิดทับรอยตีนออกไปเผยให้เห็นรอยตีนที่ไดโนเสาร์ได้ทิ้งไว้เป็นประจักษ์พยานถึงการมีตัวตนในอดีต

รอยตีนไดโนเสาร์ภูหลวง ตั้งอยู่บนยอดเขาภูหลวง บริเวณรอยตีนที่ปรากฏให้เห็นบนพื้นทรายที่มีหญ้าปกคลุมเป็นหย่อมๆ กว้างประมาณ 8 ตารางเมตร มีรอยตีนไดโนเสาร์ขนาดกว้าง 35 เซนติเมตร ยาว 31 เซนติเมตร ลึก 3-4 เซนติเมตร ปรากฏให้เห็นจำนวน 15 รอย เป็นรอยเดินมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ 10 รอย รอยเดินสวนกลับ 2 รอยและรอยเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 2 รอย และไม่ชัดเจนอีก 1 รอย เป็นรอยของไดโนเสาร์ที่เดินด้วยสองขาหลัง มีนิ้วเท้า 3 นิ้ว นิ้วกลางยาวที่สุดมีร่องบนพื้นหินตรงตำแหน่งของปลายนิ้วแสดงถึงเล็บแหลมคมจิกลงบนพื้นทราย คำนวณจากขนาดตีน ระยะก้าว และรูปแบบการเดินพบว่าเป็นกลุ่มไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีความสูงจากพื้นถึงสะโพก 1.78 เมตร จำนวน 3 ตัวเดินไปด้วยกันมุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ด้วยความเร็วประมาณ 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจเป็นไดโนเสาร์พวกกินเนื้อที่ล่าเหยื่อเป็นกลุ่ม(Buffetaut et al., 1985 The Mesozoic Vertebrate of Thailand. Scientific American 253) รอยตีนปรากฏอยู่ในชั้นหินทรายของหมวดหินภูพาน มีอายุตั้งแต่ยุคครีเตเซียสตอนต้น หรืออายุประมาณ 130-120 ล้านปี
รอยตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน พบอยู่ในแหล่งห้วยด่านชุม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม
พบว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์บนพื้นหินทราย สีน้ำตาลแดง หมวดหินโคกกรวด ในยุคครีเตเซียสตอนต้นอายุประมาณ 100 ล้านปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ เทอร์โรพอตและออร์นิโธพอต
รอยตีนไดโนเสาร์ออร์นิโธพอต มีจำนวน 1 แนวทางเดิน ขนาดรอยตีนยาวประมาณ 18 เซนติเมตร กว้าง 12.12 เซนติเมตร คำนวณความสูงจากสูตรของThulborn (1989) ได้ประมาณ 86.4 เซนติเมตร คำนวณความเร็วจากสูตรของ Alexander(1976) เร็วประมาณ 8.07 กิโลเมตร/ชั่วโมง รอยตีนไดโนเสาร์เทอร์โรพอต จำนวน 29 ทางเดิน ขนาดของรอยตีนกว้าง 6 ถึง 16.1 เซนติเมตร ยาว 10 ถึง 18 เซนติเมตร ประมาณความสูงได้ 48 เซนติเมตรถึง 75.15 เซนติเมตร มีความเร็วประมาณ 4.53 ถึง 11.66 กิโลเมตร/ชั่วโมง

จากการศึกษารอยตีนไดโนเสาร์ทั้ง 3 แหล่ง คือรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก รอยตีนไดโนเสาร์ภูหลวง รอยตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน ซึ่งรอยตีนที่พบอยู่ในชั้นหมวดหินที่แตกต่างกันเช่น หมวดหินภูพาน หมวดหินพระวิหาร และหมวดหินโคกกรวด พบว่าสภาพแวดล้อมบรรพกาลเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของการเกิดรอยตีนไดโนเสาร์ กระบวนการเกิดจากการที่ไดโนเสาร์เหยียบพื้นที่ที่อ่อนนุ่มหรือเหนียวหนืด ขนาดและน้ำหนักตัวที่เหยียบย่ำ และรอยตีนนั้นไม่มีสิ่งอื่นใดมากระทำ ในขณะที่รอยตีนนั้นมีเวลาแข็งตัวหรือแห้ง ทำให้คงสภาพของรอยตีนไว้ได้ จากการศึกษาสภาพพื้นที่พบว่าบริเวณที่พบรอยตีนไดโนเสาร์มีลักษณะเป็นรอยริ้วคลื่น(ripple-marks) และรอยระแหงโคลน (mud –cracks) ร่วมด้วย ทั้งนี้อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมในขณะที่เกิดรอยตีนนั้นมีอุณหภูมิสูงหรือเป็นบริเวณค่อนข้างร้อนหรือกึ่งแห้งแล้งและมีกระแสน้ำมากระทำต่อบริเวณที่ไดโนเสาร์เหยียบย่ำลงไป เมื่อร่องรอยเหล่านั้นแห้งเกิดเป็นรอยบุ๋มลึก ลักษณะของรอยตีนเกิดขึ้นมี 2 ลักษณะคือ ลักษณะแรกเป็นรอยบุ๋มลึกส่วนนี้เรียกว่า แม่พิมพ์ เป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นครั้งแรกที่ไดโนเสาร์ประทับรอยตีนไว้บนดิน หรือโคลนบริเวณที่ไดโนเสาร์ได้เดินผ่าน ลักษณะที่สองเกิดจากการที่ตกตะกอนใหม่พัดมาทับถมรอยเดิมเป็นตะกอนใหม่เกิดขึ้น เรียกส่วนที่เกิดจากตะกอนที่ทับถมใหม่นี้ว่า รูปหล่อ จากแหล่งที่พบรอยตีนลักษณะหินมีรอยริ้วคลื่นและรอยระแหงโคลนนั้น สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณที่ไดโนเสาร์เดินผ่านหรือหาอาหารเป็นพื้นที่ที่มีน้ำไหลผ่านหรือเป็นแอ่งน้ำ เมื่อได้รับความร้อนจัดทำให้โคลนแห้งและแตก พอสรุปได้ว่าสภาพภูมิอากาศในยุคครีเตเซียสตอนต้น มหายุคมีโสโซอิกอยู่ในสภาพค่อนข้างร้อนกึ่งแห้งแล้งจึงทำให้พื้นผิวดินหรือโคลนแห้งเร็วกว่าปกติ
การศึกษารอยตีนไดโนเสาร์ ทำให้เราได้ทราบถึงสภาพแวดล้อมในอดีตเมื่อไดโนเสาร์ยังมีชีวิตอยู่ว่าได้ทำกิจกรรมใดบ้างเช่น การหาอาหาร แหล่งที่ไดโนเสาร์มาอยู่รวมกันมากๆ เพื่อทำกิจกรรม มีสัตว์ชนิดใดบ้างในอดีตที่อยู่รวมกันในขณะนั้น และสิ่งที่พิสูจน์ว่ามีไดโนเสาร์เกิดขึ้นบนโลกนี้แน่ๆ นอกจากฟอสซิลแล้วยังมีรอยตีนเป็นเครื่องพิสูจน์
การที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการครุวิจัย เพื่อศึกษารอยตีนไดโนเสาร์ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ได้ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง การกระทำด้วยตนเองจะฝังแน่นมากกว่าการดูในตำรา ซึ่งการที่จะได้คำตอบมานั้นต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนเป็นบุคคลรอบรู้มากขึ้น ทำให้ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นและมั่นใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้จากการศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ไปสู่นักเรียน ข้าพเจ้าได้นำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 70 คน โรงเรียนชุมพลวิทยาสรรค์ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ที่สนใจเข้าเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งการจัดกิจกรรมการเรียนแบบสืบเสาะความรู้ ทำให้นักเรียนรู้จักการสืบค้นหาความรู้ด้วยตนเองและรู้จักนำวิธีการเรียนรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในท้องถิ่นของตนเอง ทำให้นักเรียนเป็นบุคคลใฝ่รู้ใฝ่เรียน ข้าพเจ้าเองก็ได้มีส่วนช่วยสร้างสังคมที่ประกอบด้วยบุคคลแห่งการเรียนรู้
ขอบคุณครับ ได้ความรู้อีกแล้ว
chi hair flat iron nuvi 755t honeywell HEPA air purifier jvc gzmg330 panasonic sdrh40 philips norelco shaver rowenta iron samsung ln 40a550 samsung ln 40a650 samsung ln 46a650 samsung ln 52a650 sony dcrdvd610 sony dcrhc52 sony dcrsr45 sony dvp fx 810 sony dvp fx 820 sony hdrsr11 sony hdrsr12 sony hdrtg1 sony kdl32m4000 sony kdl52w4100
ขอบคุณครับ

AerobieAerolatteAnchor HockingAroma CoffeeAtecoBack tp basicsBakers SecretBialettiBialetti CoffeeBlack & DeckerBodumBonjourBOSCHBraunBrevilleBrevile USABunn CoffeeCalphalonCapressoChefs ChoiceChicago MetallicaCirculonCoffee PeopleCopco CoffeeCorningwareCuisinartCuisinartDelonghiDurgolEcopadFarberwareFarberwareFat DaddiosFox RunFrielingGevaliaGloria Jean'sGranite WareHamilton BeachHarold ImportHwi CoffeeJura CapressoKeurig CoffeeKitchenaidKrupsKuhnLavazzaLe CreusetLelloLock LockMatferMelittaMr CoffeeNissan StainlessNordic WareNordicwareNorproOneidaOxo BakingOxo CoffeePerfect Pod HolsterPinzonPrestoPrimulaProctorPyrexRachaelRange KleenRecoRegency WrapsR&MR&MRoshcoSassafrasSci ScandicraftsSenseoSilicone ZoneSunbeamT-FalTassimoThermosToddyTrudeauVic FirsthWeareverWest BendWiltonWord KitchenZarafinaZojirushi


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |