<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/38199" type="text/javascript"></script> |
|
ผลิตเอทานอลเพื่อแก๊สโซฮอล์ (Gasohol)
เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมระหว่างเอทานอล (Ethanol) หรือเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ได้จากการใช้วัสดุการเกษตรที่มีองค์ประกอบประเภท แป้ง น้ำตาล หรือเซลลูโลสเป็นวัตถุดิบ นอกจากนี้รู้จักกับประเทศที่เป็นผู้นำด้านแก๊สโซฮอล์นั้นคือประเทศบราซิล
post ครั้งแรก: Tue 23 September 2008, 12:46 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 1 October 2008, 12:04 pm
|
โดย ภูวดี
เมื่อปี พ.ศ. 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยอาจประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและปัญหาพืชผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ทรงมีพระราชดำรัสให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ศึกษาถึงการนำอ้อยมาแปรรูปเป็นแอลกอฮอล์ (เอทิลแอลกอฮอล์หรือเอทานอล) โดยการนำแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้นี้มาผสมกับน้ำมันเบนซินได้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” (Gasohol) หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า “แก๊สโซฮอล์”

พระบาทสมเด็จพระเจ้อยู่หัว ทรงมีพระราชกระแสซักถาม การดำเนินงานจากคณะทำงาน
การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้น้อมเกล้าฯถวายสถานีบริการแก๊สโซฮอล์เพื่อให้ความสะดวกกับรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรดา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2539 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทางเปิดสถานีบริการแก๊สโซฮอล์
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 รัฐบาลมีนโยบายให้ใช้เอทานอลที่กลั่นได้จากกากน้ำตาลมาผสมในน้ำมันเบนซินในสัดส่วน 95 และ 90 เป็นจุดเริ่มต้นของแก๊สโซฮอล์ที่ออกมาสู่ท้องตลาด ในขณะนั้นมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินประมาณ 3-4 บาทต่อลิตร ทำให้แก๊สโซฮอล์เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของพลังงานทดแทน

จากประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ. 2551ได้ให้หมายความของ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” คือน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับเอทานอลแปลงสภาพ และกำหนดน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1. น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 10 คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ได้จากการผสมน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับเอทานอลแปลงสภาพ ในสัดส่วน 90 ต่อ 10 โดยปริมาตร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 10 ออกเทน 91 (แก๊สโซฮอล์ 91) และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี10 ออกเทน 95 (แก๊สโซฮอล์ 95)
กลุ่มที่ 2. น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ได้จากการผสมน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับ เอทานอลแปลงสภาพในสัดส่วน 80 ต่อ 20 โดยปริมาตร
กลุ่มที่ 3. น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่ได้จากการผสมน้ำมันเบนซินพื้นฐานกับเอทานอลแปลงสภาพในสัดส่วน 15 ต่อ 85โดยปริมาตร
สำหรับการผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินในข้างต้น เป็นในลักษณะของสารเติมแต่งปรับปรุงค่า Oxygenates และออกเทน (Octane) ของน้ำมันเบนซิน ซึ่งสามารถใช้ทดแทนสารเติมแต่งชนิดอื่นที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ Methyl Tertiaryn Butyl Ether (MTBE) ซึ่งเป็นสารที่ย่อยสลายยาก เกิดปัญหามลพิษทางอากาศ ปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และต้องนำเข้าจากต่างประเทศมูลค่าหลายพันล้านต่อปี ดังนั้นการใช้แก๊สโซฮอล์ มีส่วนช่วยลดปัญหาสภาวะเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน อีกทั้งเอทานอลเป็นสารที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ จึงสามารถลดปัญหาการนำเข้าจากต่างประเทศและช่วยประหยัดเงินตราให้ประเทศปีละหลายพันล้านบาทได้อีกด้วย

เอทานอล (Ethanol) หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ในทางเคมีเป็นกลุ่มสารประกอบอินทรีย์มีสูตรทางเคมีคือ C2H5OH ประกอบด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน เป็นไฮดรอกซิล ดิริเวทีฟของไฮโดรคาร์บอน เกิดจากการแทนที่ไฮโดรเจนอะตอมด้วย hydroxyl group (OH) มีน้ำหนักโมเลกุล 46.07 จุดเดือดประมาณ 78 องศาเซลเซียส เป็นของเหลวใสไม่มีสี ติดไฟง่าย ให้เปลวไฟสีน้ำเงิน ไม่มีควัน
ประเทศที่ผลิตเอทานอลมากที่สุดของโลกในลำดับต้นๆ ได้แก่ บราซิล และประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแนวโน้มการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ของโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนในประเทศแถบเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ก็ให้ความสนใจมากในการใช้พลังงานทดแทนโดยเฉพาะเอทานอล และปัจจุบันอินเดียได้มีการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตเอทานอลบริสุทธิ์ เพื่อใช้ภายในประเทศ อีกทั้งยังสามารถส่งออกเทคโนโลยีไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย

โรงงานผลิตเอทานอลโดยใช้พืช และสถานีบริการน้ำมัน (แก๊สโซฮอล์และน้ำมันเบนซิน)
ที่มีอยู่ทั่วไป ในประเทศบราซิล
ประเทศบราซิลผู้นำด้านแก๊สโซฮอล์
ประเทศบราซิลจัดได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นผู้นำด้านแก๊สโซฮอล์ และมีการส่งเสริมการใช้อย่างจริงจัง เริ่มจากความพยายามที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศที่สูงถึงร้อยละ 80 โดยรัฐบาลได้จัดตั้งแผนงานว่าด้วยแอลกอฮอล์แห่งชาติ หรือเรียกย่อๆ PROALCOOL ขึ้น เพื่อสนับสนุนการผลิตเอทานอล เพื่อทดแทนน้ำมันในยุคที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสูงในช่วงปี พ.ศ.2517-2518 ประกอบกับประเทศบราซิลมีพื้นที่กว้างใหญ่มากและมีเป็นผู้ผลิตอ้อยและน้ำตาลเป็นอันดับหนึ่งของโลก การส่งเสริมอย่างจริงจังทำให้มีการก่อสร้างโรงกลั่นเอทานอลทั่วประเทศ โดยบราซิลใช้ อ้อยเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเอทานอลทั้งรถยนต์ส่วนตัวเเละเพื่อการพาณิชย์ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศบราซิลใช้แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิง โดยเอทานอลที่ผสมกับน้ำมันมีสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 20 หรือ E20 ขึ้นไป และได้มีการพัฒนามาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ตารางแสดงการผลิตรถที่ใช้เอทานอล ระหว่างปี พ.ศ. 2522 - 2550 ในประเทศบราซิล

จนกระทั้งปัจจุบัน (พ.ศ. 2551) บราซิลได้นำเทคโนโลยีรถยนต์ Flexible Fuel Vehicles หรือ FFV ที่สามารถใช้เเก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอลในระดับต่างๆกัน ตั้งเเต่ น้ำมันเบนซินธรรมดาไปจนถึงน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลสูงร้อยละ 85 หรือ E85 กระทั่งนำเอทานอลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงคือ E100

พ.ศ. 2517 (1974) Brazilian Fiat 147 เป็นรถยนต์ต้นแบบคันแรกที่ใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิง (E100) และพ.ศ. 2546(2003) Brazlian VW Gol 1.3 Total Flex เป็นรถยนต์คันแรกที่ใช้ เทคโนโลยีรถยนต์ Flexible Fuel Vehicles หรือ FFV ในประเทศบราซิล
เทคโนโลยีรถยนต์ Flexible Fuel Vehicles หรือ FFV ได้เปิดตัวไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากรถยนต์ชนิดนี้ได้มีการออกแบบเครื่องยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันหรือน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลในอัตราส่วนต่างๆ กัน จนถึงระดับเอทานอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้รถยนต์ FFV ออกแบบให้มีระบบเซ็นเซอร์สำหรับตรวจสอบอัตราส่วนผสมของเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน เพื่อควบคุมระบบการเผาไหม้เชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช้ รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนวัสดุระบบเชื้อเพลิง เช่น ถังน้ำมัน ท่อจ่ายน้ำมันและหัวฉีดน้ำมัน เพื่อให้ทนต่อการกัดกร่อนของเอทานอลได้ บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งในประเทศบราซิลเปิดเผยเมื่อปี 2547ว่ามียอดขายรถยนต์สูงกว่า 328,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่นิยมในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากราคาไม่แตกต่างจากเครื่องยนต์ทั่วๆไป

รถยนต์ 6 ยี่ห้อที่ใช้เทคโนโลยีFlexible Fuel Vehicles หรือ FFV ซึ่งได้รับความนิยมจากคนบราซิล
วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอทานอล
วัตถุดิบที่ใช้ผลิตเอทานอลแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ คือ
1. วัตถุดิบประเภทแป้ง ได้แก่ ธัญพืช ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง และพวกพืชหัว เช่น มันสำปะหลัง มันฝรั่ง มันเทศ เป็นต้น
2. วัตถุดิบประเภทน้ำตาล ได้แก่ อ้อย กากน้ำตาล บีตรูต ข้าวฟ่างหวาน เป็นต้น
3. วัตถุดิบประเภทเส้นใย ส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จากผลผลิตทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย ซังข้าวโพด รำข้าว เศษไม้ เศษกระดาษ ขี้เลื่อย
วัชพืช รวมทั้งของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานกระดาษ เป็นต้น
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ผลิตเอทานอลจะมีความแตกต่างกันไปตามประเภทของวัตถุดิบ และให้ผลผลิตเอทานนอลที่แตกต่างกันตามตัวอย่างที่แสดงในตาราง เปรียบเทียบปริมาตรของเอทานอล ที่ผลิตได้จากวัถตุดิบชนิดต่างๆ
ที่มา : คณะกรรมการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร. พลังงานทดแทน เอทานอลและไบโอดีเซล , 2545
จากการศึกษาของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย พบว่า การผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบชนิดต่างๆ ในโรงงานต้นแบบพบว่า ต้นทุนที่ใช้ผลิตเอทานอล หัวมันสำปะหลังสด 8.94 บาท/ลิตร มันสำปะหลังเส้น 9.41 บาท/ลิตร แป้งมันสำปะหลัง 13.50 บาท/ลิตร อ้อย 10.54 บาท/ลิตร และข้าวโพด 10.65 บาท/ลิตร จากวัตถุดิบนี้พบว่า หัวมันสำปะหลังสดมีต้นทุนที่ถูกที่สุด
กระบวนการผลิตเอทานอล แบ่งได้เป็น 2 วิธี
วิธีที่ 1 การใช้กระบวนการทางเคมีเป็นการสังเคราห์เอทานอล เอทานอลที่ได้เรียกว่า “เอทานอลสังเคราะห์ (synthetic ethanol)”
วิธีที่ 2 การใช้วิธีการทางชีวเคมีเพื่อผลิตเอทานอลเอทานอลที่ได้เรียกว่า “ไบโอเอทานอล (bio-ethanol)” โดยการใช้วัสดุการเกษตรที่มีองค์ประกอบประเภท แป้ง น้ำตาล หรือเซลลูโลสเป็นวัตถุดิบ
การผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง

ที่มาภาพ : “นวัตกรรมพลังงานทดแทนไทย” เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง โดย สิริวุทธิ์ เสียมภักดี
สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย
การผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง (Conventional Process) สรุปได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมวัตถุดิบ มันสำปะหลังที่ผ่านการแยกเหง้าจะถูกล้างให้สะอาดแล้วบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ได้วัตถุดิบแป้งมันสำปะหลัง
ขั้นตอนที่ 2 การย่อยแป้ง เป็นขั้นตอนการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล (น้ำตาลกลูโคส)เพื่อให้มีสภาพเหมาะกับการหมักเอทานอลด้วยยีสต์ในขั้นต่อไป โดยวิธีการย่อยแป้งอาจใช้กรดย่อยแป้ง (Acid Hydrolysis)หรือใช้เอนไซน์ (Enzymatic Hydrolysis) ซึ่งวิธีการที่ใช้เอนไซน์เพื่อย่อยแป้งนั้นจะได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากสะดวกและประหยัดต้นทุน ขั้นตอนนี้จะทำการย่อย 2 ครั้งด้วยกัน
ครั้งที่ 1 ย่อยแป้งเพื่อทำให้แป้งมีโมเลกุลเล็กหรือทำให้เหลว (Liquefaction) เป็นการเตรียมแป้งมันสำปะหลัง โดยใช้วิธีการต้มเคี่ยวน้ำแป้งสำปะหลังด้วยเอนไซม์ตัวที่ 1 คือ เอนไซน์ แอลฟา-อะไมเลส (alfa-amylase) โดยใช้ เคี่ยวรักษาอุณหภูมิที่ประมาณ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 2 ชั่วโมง
คร้งที่ 2 ย่อยแป้งทำให้ได้กลูโคสหรือย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล (Saccharification)โดยทำให้น้ำแป้งสุก ก่อนผสมเอนไซม์ตัวที่ 2 คือ กลูโค-อะไมเลส (Glucoamylase หรือ เบต้า-อะไมเลส (beta-amylase) เพื่อย่อยแป้งสุกให้เป็นน้ำตาลก่อนเข้าสู่กระบวนการการหมัก
ขั้นตอนที่ 3 กระบวนเตรียมหัวเชื้อและการหมัก (fermentation)
การเตรียมหัวเชื้อ(inoculum) เพื่อให้ได้เชื้อจุลินทรีย์ที่แข็งแรงและมีปริมาณมากเพียงพอสำหรับใช้ในการหมัก เมื่อเตรียมหัวเชื้อพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการหมัก โดยใช้เชื้อยีสต์ Saccaromyces cerevisiae จากนั้นทำการปรับและควบคุมสภาวะของการหมัดเช่น อัตราการให้อากาศ อัตราการกวน ค่าพีเอชและอุณหภูมิ ใช้ระยะเวลาการหมัก ประมาณ 48 ชม. ที่ pH 4-5 โดยทำการหมักในถังหมักที่ได้เตรียมไว้ และใช้เครื่องควบคุมการหมัก (Biostat B) ยีสต์สายพันธุ์นี้ สามารถผลิตเอทานอลได้สูงและสามารถทนสภาพแวดล้อมที่มีเอทานได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่น
ขั้นตอนที่ 4 การกลั่นเอทานอล (Ethanol)
ขั้นตอนนี้เป็นการกลั่นเพื่อผลิตเอทานอลและทำให้บริสุทธิ์ เป็นการแยกเอทานอลที่มีความเข้มข้นประมาณร้อยละ 8-12 โดยปริมาตร ออกจากน้ำหมักและน้ำส่า โดยการกลั่นลำดับส่วนซึ่งสามารถแยกเอทานอลให้บริสุทธิ์ร้อยละ 95.6 โดยปริมาตร แต่การนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง(แก๊สโซฮอล์)นั้นจะต้องทำให้เอทานอลมีความบริสุทธ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 99.5 โดยปริมาตร ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคนิค หรือ เทคโนโลยีในการกลั่นเพื่อแยกน้ำให้ได้เอทานอลที่บริสุทธิ์ ที่นิยมใช้กันอยู่มี 3 วิธี คือ
1. การดูดซับด้วย (Molecular sieve)
2. การกลั่นอะซีโอโทรป (Azeotropic distillation)
3. เทคโนโลยีแผ่นเยื่อบาง (Membrane technology)
สามารอ่าน กระบวนการแยกน้ำออกจากเอทานอล เพิ่มได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/16376/2
การผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล (Molasses)
ประเทศไทยได้นำกากน้ำตาลใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นส่วนผสมในแก๊สโซฮอล์ และประเทศไทยถือเป็นผู้ส่งออกกากน้ำตาลรายใหญ่ของโลก เนื่องจากมีการเพาะปลูกอ้อยและทำการผลิตน้ำตาลส่งออกสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากบราซิล และออสเตรเลีย
กากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมผลติน้ำตาล โดยทั่วไป อ้อย 1 ตัน จะได้กากน้ำตาลประมาณ 50-58 กิโลกรัม แม้ว่ากากน้ำตาลจะเป็นวัตถุดิบที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตเอทานอล แต่ก็มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนวัตถุดิบ เพราะมีตลาดรองรับทั้งภายในและต่างประเทศ และขึ้นอยู่กับปริมาณอ้อยและปริมาณการผลิตน้ำตาลในแต่ละปีอีกด้วย

ที่มาภาพ : “นวัตกรรมพลังงานทดแทนไทย” เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง โดย สิริวุทธิ์ เสียมภักดี
สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย
การผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล (Molasses) โดยนำกากน้ำตาลมาเจือจางด้วยน้ำร้อน และนำไปหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ให้ได้แอลกอฮอล์ จากนั้นนำไปเข้ากระบวนการกลั่นเพื่อให้ได้เอทานอลร้อยละ 95 ซึ่งหลังจากนำไปผ่านกระบวนการแยกน้ำและแอลกอฮอล์จะได้แอลกอฮอล์ที่ความบริสุทธิ์
การใช้กากน้ำตาลในการผลิตเอทานอลมีข้อดีคือเป็นวัตถุดิบประเภทน้ำตาลจึงไม่ต้องผ่านขั้นตอนในการเตรียม ก่อนการหมักเช่นเดียวกับมันสำปะหลัง เพียงแต่ทำการเจือจางกากน้ำตาลด้วยน้ำให้มีความเข้มข้นที่เหมาะสมก็สามารถนำไปใช้ในการหมักด้วยยีสต์ได้ ทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำ แต่ข้อเสียก็คือการเกิดตะกรันในหอกลั่น ทำให้โรงงานต้องหยุดเดินเครื่องเพื่อความความสะอาดบ่อยครั้ง นอกจากนี้ น้ำกากส่าจากการกลั่นเอทานอลยังมีสีเข้ม ซึ่งยากแก่การกำจัดสีให้หมดไป ทำให้เกิดปัญหาในการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
เพิ่มเติมเกี่ยวกับแก๊ซโซฮอล์
กระบวนการแยกน้ำออกจากเอทานอล http://www.vcharkarn.com/varticle/16376/2
ทำอย่างไรจึงจะใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ได้? http://www.vcharkarn.com/varticle/37588
แก๊สโซฮอล์: เทคโนโลยีสะอาด ช่วยเศรษฐกิจประเทศชาติ http://www.vcharkarn.com/varticle/16376
ใช้แก๊สโซฮอล์แล้วรถมีปัญหาจริงหรือ? http://www.vcharkarn.com/varticle/33117
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “น้ำมันแก๊สโซฮอล์” http://www.vcharkarn.com/varticle/33476
ชุดเครื่องวัดคุณภาพแก๊สโซฮอล์ สิงประดิษฐ์ครั้งแรกในโลกจากนักวิจัย ม.มหิดลhttp://www.vcharkarn.com/varticle/38181
เอกสารและแหล่งอ้างอิง
คณะกรรมการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร. พลังงานทดแทน เอทานอลและไบโอดีเซล , 2545
เอกสาร “นวัตกรรมพลังงานทดแทนไทย” เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลังโดย สิริวุทธิ์ เสียมภักดี
สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย
www.thaienergynews.com
http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=172
http://www.bangchak.co.th/th/energyDetail.asp?id=17
http://www.ford.co.th/servlet/ContentServer?cid=1137383588998&pagename=Page&c=DFYPage
www.sugarzone.in.th/ethanol/ethnol_mills.htm
http://en.wikipedia.org/wiki/Ethanol
http://en.wikipedia.org/wiki/Ethanol_fuel_in_Brazil
ข้อความดีครับขอบคุณสำหรับความรู้ที่ให้มา
ทำอย่างไรจะไปเยี่ยมชมโรงกลั่นที่สวนจิตรได้
ผมอยากไปชมและคุยกับผู้เกี่ยวข้อง
ด้วยความรู้อันน้อยนิดของผม
ผมคิดว่าเอทานอลที่กลั่นซัก 95% ก็เติมรถเลยได้โดยดัดแปลงเล็กน้อยเท่านั้น
ผมเคยส่ง Email ขอเยี่ยมชมไปแล้วก็ไม่ได้รับตอบมาเลย
เพราะก่อนหน้านี้ที่ผมทดลอง สำเร็จกับเชื้อเพลิง เอทานอล
เลยอยากบอกใครให้รู้ว่าประเทศเราก็สามาผลิตเชื้อเพลิงแทนน้ำมันได้เหมือนกัน
แต่แล้วความภูมิใจนั้นก็ไม่ได้รับการสนใจแต่อย่างใด
รวมทั้งส่งข้อมูลไปทางหนังสือพิมพ์ด้วย
ตั่งแต่เด็กผมเคยได้รางวัลทางวิทยาศาสตร์มากมาย ท้ายที่สุดผลงานที่อยากให้ประเทศไทยใช้พลังงานได้ในประเทศก็เป็นแค่ความฝัน
ไม่รู้ส่งเสรีมให้เด็กสนใจวิทยาศาสตร์ไปทำไมในเมื่อไม่ได้ต้อการอะไรจากเราจริงจัง


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |