<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/38191" type="text/javascript"></script> |
|
เรื่อง ชา ชา 2
นักเภสัชวิทยาชาวจีน ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชันของชาแต่ละชนิดในหลอดทดลอง การแสดงฤทธิ์ต้านออกซิเดชันนั้นเกิดจากสารในกลุ่มโพลีฟีนอล โดยเฉพาะในกลุ่มคาเทชิน ที่แสดงฤทธิ์ผ่านกลไกจับกินอนุมูลอิสระ (free radical scavenger)
post ครั้งแรก: Wed 17 September 2008, 4:22 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 10 November 2008, 2:43 am
|
ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือนิตยสาร สสวท. กับวิชาการดอทคอม
ที่มา : นิตยสาร สสวท.
ปีที่ 35 ฉบับที่ 149 กรกฏาคม - สิงหาคม 2550
ผศ.ศุภชัย ติยวรนันท์
ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์และเภสัชวินิจฉัย
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
www.ipst.ac.th
ชา ชา 2
ในฉบับก่อน ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของชา ประเภทของชา และคุณประโยชน์ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบไปบ้างแล้ว สำหรับฉบับนี้เราจะมาติดตามกันต่อว่าการดื่มชามีบทบาทและส่งผลอย่างไรบ้างต่อร่างกายมนุษย์
ผลของชา ต่อการชะลอความแก่ (Anti-senescent Activity)
อนุมูลอิสระเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์และเนื้อเยื่อมนุษย์ ซึ่งผลที่เกิดหลังจากเซลล์และเนื้อเยื่อเสื่อมสภาพคือ ความชรา หรือ ความแก่ มนุษย์พยายามสรรหาสิ่งบำรุงเซลล์เพื่อชะลอความแก่ โดยมีการนำสารต้านอนุมูลอิสระมาใช้ได้แก่ วิตามินซี และ อี เป็นต้น ข้อมูลด้านองค์ประกอบเคมีของใบชาแสดงว่า ชาไม่เพียงแต่จะมีปริมาณวิตามินซี และอี ที่สูงแล้ว ยังมีปริมาณสารกลุ่มคาเทชินที่สูงด้วย ซึ่งสารกลุ่มนี้ก็แสดงฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน

ในปี พ.ศ. 2538 เยิ่น และ เฉิน (Yen and Chen) นักเภสัชวิทยาชาวจีน ได้ ศึกษาฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชันของชาแต่ละชนิดในหลอดทดลอง โดยศึกษาผลการต้านออกซิเดชันของไขมันไลโนเลอิก ผลการทดลองแสดงว่า ชาทุกชนิดมีผลในการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยชาอูหลง ซึ่งเป็นชาที่ได้จากการหมักกึ่งหนึ่ง แสดงผลในการต้านออกซิเดชันสูงสุด โดยต้านปฏิกิริยาได้ถึงร้อยละ 73.6 ตามด้วย ชาเขียว และชาดำ ตามลำดับ
การศึกษาในหลายกรณีแสดงว่า การแสดงฤทธิ์ต้านออกซิเดชันนั้นเกิดจากสารในกลุ่มโพลีฟีนอล โดยเฉพาะในกลุ่มคาเทชิน ที่แสดงฤทธิ์ผ่านกลไกจับกินอนุมูลอิสระ (free radical scavenger) และผลการศึกษาแสดงว่าชาเขียว และ สารคาเทชินจากชาเขียว แสดงให้เห็นการจับกินอนุมูลอิสระที่มากที่สุด โดยเฉพาะอนุมูลอิสระประจุลบของซูเปอร์ออกไซด์ (anionic free radicals of superoxide) มีหลายการศึกษาที่เปรียบเทียบผลการจับกินอนุมูลอิสระของสารสกัดจากชาเขียว วิตามินซี วิตามินอี และสารสกัดเคอร์คูมินจากขมิ้นซึ่งพบได้ว่า สารสกัดจากชาเขียวแสดงผลการจับกินอนุมูลอิสระได้ดีกว่า วิตามินอี และสารสกัดเคอร์คูมิน แต่ยังต่ำกว่า วิตามินซี และการศึกษาเปรียบเทียบหลายการศึกษาจึงเป็นที่มาแห่งการนำสารสกัดคาเทชิน และ โพลีฟีนอลจากชาเขียวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้านความชรา ในประเทศจีน และญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ไปทั่วโลก
บทบาทด้านการระงับกลิ่นและกำจัดสารพิษ (deodorizing and detoxicating)

ปัญหาลมหายใจเหม็น (halitosis) เป็นปัญหาที่เกิดในทุกวัย และเป็นปัญหาใหญ่ที่เมื่อเกิดแล้วยากต่อการบำบัด เนื่องจากมีสาเหตุการเกิดได้หลายอย่าง อาทิเช่น โรคกระเพาะอาหาร พฤติกรรมส่วนบุคคล เช่นการสูบบุหรี่ หรือเกิดจากเศษอาหารที่ติดอยู่ในช่องปากก็ได้ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าปัญหาหลักของการเกิดลมหายใจที่ไม่พึงประสงค์เป็นเรื่องของเศษอาหารในช่องปาก ซึ่งเกิดการสลายตัวตามกระบวนการย่อยอาหาร ได้สารเมธิลเมอร์แคปแทน (methylmercaptan) สารชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลมหายใจเหม็น ซึ่งสารชนิดนี้ยังเกิดจาการที่นิโคตีนจากบุหรี่ทำปฏิกิริยากับโปรตีนในช่องปากก็ได้
ปัจจุบันสารระงับกลิ่นลมหายใจที่นิยมใช้กันคือ โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน (sodium copper chlorophyllin : SCC) การศึกษาในปี พ.ศ. 2535 โดยนักวิจัยไทย แสดงว่าสารคาเทชินจะแสดงฤทธิ์ต้านการก่อตัวของเมธิลเมอร์แคปแทนได้ดีกว่า SCC ต่อมาได้มีการศึกษาเปรียบเทียบผลของสารสกัดแอลกอฮอล์จากชาชนิดต่าง ๆ ที่มีต่อการดับกลิ่นลมหายใจ พบว่าสารสกัดอัลกอฮอล์จากชาดำแสดงฤทธิ์ในการต้านกลิ่นลมหายใจได้ดีที่สุด ตามมาด้วยชาอูหลง และชาเขียว ตามลำดับ ดังแสดงในตาราง ซึ่งการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าฤทธิ์ในการดับกลิ่นลมหายใจของสารสกัดจากใบชาไม่ได้สัมพันธ์กับปริมาณสารกลุ่มโพลีฟีนอลที่สูงขึ้น แสดงว่า ในชามีสาระสำคัญกลุ่มอื่นที่ทำหน้าที่ในการดับกลิ่นลมหายใจได้ดีกว่าโพลีฟีนอล ต่อมาได้มีการพบว่า สารสกัดจากชา จะทำให้เกิดการตกตะกอนโปรตีนดังนั้นหากอมชาในปาก ก็จะทำให้เกิดการตกตะกอนโปรตีนในช่องปากด้วย และสาเหตุการก่อตัวของเมธิลเมอร์แคปเทนก็จะหมดไป ซึ่งจะทำให้กลิ่นปากหมดไปด้วย นี่จึงเป็นการกำจัดที่ต้นเหตุเลยทีเดียว
แสดงความสัมพันธ์ระหว่างฤทธิ์ระงับกลิ่นกับปริมาณฟีนอลิกและคาเทชินในชาชนิดต่าง ๆ
ชนิด การระงับกลิ่น (%) ปริมาณฟีนอลิก (มิลลิกรัม) ปริมาณคาเทชิน (มิลลิกรัม)
ชาเขียว 66.62 214.22±2.29 242.38±18.58
ชาอูหลง 68.62 123.23±2.10 199.49±1.64
ชำดำ 75.48 113.27±1.67 168.58±11.09
สำหรับกรณีการแสดงฤทธิ์ในการกำจัดสารพิษนั้น พบว่าสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลป์เลต (epigallocatechin gallate : EGCG) จะดูดจับและทำลายสารพิษที่เกิดจากการสูบบุหรี่ให้ลดลงได้ ในบุหรี่บางชนิดจะมีการเติมสาร EGCG ลงไปในไส้กรองเพื่อเป็นการช่วยลดพิษภัยของบุหรี่ที่มีต่อผู้สูบลง นอกจากนี้ยังพบว่าสารกลุ่มโพลีฟีนอล และออลิโกแซกคาไรต์ (oligosaccharides) ในชามีความสามารถในการดูดซับสารกัมมันตรังสี และป้องกันไม่ให้สารกัมมันตรังสีทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อได้ โดยมีรายงานการสำรวจประชากรชาวฮิโรชิมาที่รอดชีวิตจากการโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูของสหรัฐอเมริกาที่ได้สัมผัสสารกัมมันตรังสีจากปรมาณูแล้วนั้น พบว่าในรายที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในพื้นที่เพาะปลูกชา และมีการดื่มชาเป็นกิจวัตรในปริมาณที่ค่อนข้างสูงกว่าประชากรปกติ มีอายุเฉลี่ยสูงกว่าชาวฮิโรชิมาด้วยกันที่ดื่มชาในปริมาณที่ต่ำกว่า ซึ่งได้มีการทดลองผลต้านสารกัมมันตรังสีในหนูทดลองอีกหลายต่อหลายครั้งเพื่อยืนยันผลดังกล่าว นอกจากผลในการดูดซับสารกัมมันตรังสีแล้วยังพบว่าชายังสามารถจับโลหะหนักบางชนิดทำให้พิษต่อร่างกายของโลหะหนักลดลงได้ด้วย
บทบาทของชาในการป้องกันฟันผุ
มีการศึกษาหลายการศึกษาทั้งในประเทศญี่ปุ่นและในประเทศจีนเกี่ยวกับผลการดื่มชาต่ออัตราการเกิดฟันผุ อาทิ โอนิชิ และคณะ ได้ทำการศึกษาในปี พ.ศ. 2532 พบว่าการดื่มชา 100 มิลลิลิตร ที่ชงมาจากชา 1 กรัมวันละ 1 ครั้ง สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดฟันผุในเด็กนักเรียนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลการศึกษาใกล้เคียงกันกับการศึกษาในประเทศจีน โดยเชาและคณะ ในปีพ.ศ. 2532 ที่ทำการทดลองในเด็กนักเรียนจำนวน 2,000 คน ในจังหวัดเหอหนาน พบว่าการเกิดฟันผุของเด็กนักเรียนในกลุ่มที่ทำการศึกษาลดลงร้อยละ 40 ถึง ร้อยละ 51 สำหรับกลไกในการป้องกันฟันผุนั้น ได้มีการศึกษาในหนูทดลองพบว่าสารโพลีฟีนอลในชาจะสามารถลดการเกาะติดของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุบนผิวฟัน จึงส่งผลป้องกันฟันผุดังกล่าว นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับปริมาณฟลูออรีนที่มีในชาดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าที่แล้ว และมีการเปรียบเทียบผลป้องกันฟันผุของชาแต่ละชนิดพบว่า ชาอูหลง จะส่งผลป้องกันฟันผุได้ดีกว่า ชาเขียว และชาดำ
ฉบับนี้หมดหน้ากระดาษเสียก่อน แต่บทบาทและประโยชน์ของชายังมีอีกหลายประการ ติดตามต่อได้ในฉบับหน้าครับ
ผมชอบประโยชน์ของชาที่ว่าชะลอความแก่อ่ะครับ อิอิ ต้องหามากินบ้างแล้วล่ะ
Health Spa Store Zaa Best Story
แต่เราว่าสมุนไพรไทยเริดที่สุดคับ เช่น ขมิ้น เราประทับใจที่สุด เพราะว่ามันมีสารต้านออกซิเดชั่นมาก ช่วยชะลอความก่อ ป้องกันการทำลายเซลล์สมองได้
อยากเปงเภสัชมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะต้องทำไงบ้างอ่ะคะ
ประโยชน์ของชา ช่วยชะลอความแก่ แถมยังช่วยลดอาการฟันผุ และ ดับกลิ่นปากได้ด้วย ดีคะ มีประโยชน์ต้องหลายอย่าง
........ว่าแต่ ดื่มชา กาแฟ มากๆ ทำให้ฟันมีสีเหลือง....เป็นจริงแค่ไหนครับ ในเมื่อเราแปลงฟันทุกวัน ![]()
* ผิดครับ แปรงฟัน มิใช่ แปลงฟัน ครับ ^^^
เราสงสัยการทดลองนี้ว่าเค้าใช้สารสกัดหยาบของขมิ้น หรือ สารสกัดเคอร์คูมินซึ่งเป็นสารสำคัญในขมิ้น
เพราะในความเห็นเราคิดว่า สารสกัดหยาบขมิ้นน่าจะดีกว่าสารสกัดจากชาเขียว (อีกอย่าง อยากให้เป็นแบบนั้นด้วย เพราะมันเป็นพืชบ้านเราเอง อิอิ) และอีกอย่างขมิ้นแต่ละที่จะให้สารต้านอนุมูลอิสระที่ไม่เท่ากัน เช่น ขมิ้นภาคใต้จะให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าขมิ้นภาคเหนือ อะไรประมาณนี้ และการใช้สารเคอร์คูมินอย่างเดียวคงได้ผลไม่ดีเท่ากับการใช้สารสกัดหยาบจากขมิ้น เพราะมันมีสารหลายตัวที่เสริมฤทธิ์กัน
ชลอความแก่ของหน้าตาได้เหรอ ดีจริงๆ
sony dvp fx 810sony dvp fx 820sony kdl32m4000sony hdrtg1sony hdrsr12sony hdrsr11sony dcrsr45sony dcrhc52sony dcrdvd610panasonic sdrh40jvc gzmg330nuvi 755tsamsung ln 40a550samsung ln 40a650samsung ln 46a650samsung ln 52a650philips 42pfl5603d
มันไม่ได้ชะลอความแก่อะไรมากมายหรอกคับ
แต่สารต้านอนุมูลอิสระพวกนี้ ป้องกันการทำลายเซลล์โดยอนุมูลอิสระ เลยทำให้ป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น แต่โรคเหล่านี้มันก็ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างด้วยคับ เช่น พันธุกรรม เป็นต้น


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |